เทคนิควิธีการฟอกหนัง

Techniques of tanning-เทคนิควิธีการฟอกหนัง

กระบวนการฟอกย้อมหนัง ในปัจจุบันเป็นที่แพร่หลาย และใช้ในการผลิตเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันแบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่

1) การฟอกโครม เป็นการฟอกที่กระทําในถังหมุน ซึ่งจะใช้สารเคมีพวกเบสิก

Wet Blue Leather-หนังฟอกโครม
Wet Blue Leather-หนังฟอกโครม

โครเมียม (Cr3+) เป็นตัวฟอก โดยทั่วไปแล้วประมาณร้อยละ 70 ของโครเมียมที่เติมลงไปจะทําปฏิกิริยากับหนัง ที่เหลืออีกร้อยละ 30 จะถูกปล่อยทิ้งไปกับน้ำเสีย การตรึงโครมให้อยู่กับหนังสามารถเพิ่มขึ้นได้ด้วยการปรับค่า pH ดังนั้น ระหว่างการฟอกโครมจึงต้องมีการเติมโซเดียมคาร์บอเนตลงไปทีละน้อยช้า ๆ เพื่อปรับค่า pH ให้ได้ประมาณ 4.5 หนังที่ผ่านการฟอกโครมแล้ว เรียกว่า หนัง Wet-Blue
2) การฟอกฝาด การฟอกฝาดสามารถกระทําได้ในถังไม้ปั่นหรือบ่อคอนกรีต ที่ต่อแบบอนุกรม (เรียง ๆ กันไป)โดยจะใช้แทนนินซึ่งเป็นสารสกัดจากเปลือกไม้พวกยู

Bleaching leather-หนังฟอกฝาด
Bleaching leather-หนังฟอกฝาด

คาลิปตัส ต้นควีบราโค และอื่นๆ มาเป็นสารฟอก ทั้งนี้น้ำฟอกที่ใช้แล้วสามารถนํากลับมาใช้ซ้ำได้ อีกขั้นตอนที่สําคัญ คือ การล้างฝาดส่วนเกินโดยใช้ กรดอ๊อกซาลิค ล้างฝาดออกจากหนังซึ่งจะมีผลต่อคุณภาพหนังอย่างมากหนังสําเร็จรูปที่เกิดจากการฟอกฝาดจะมีน้ำหนักมากกว่าการฟอกโครม
ดังนั้นหนังที่ฟอกด้วยสารฝาด จะมีความแข็ง เหมาะสมกับการผลิตกระเป๋าทรง ,เข็มขัด , พื้นรองเท้า , อานม้า , อะไหล่เครื่องจักร ฯลฯ
ส่วนหนังที่ฟอกจากโครมจะมีลักษณะนิ่ม มีความคงทนมากกว่า และมีความสามารถทนต่อแสงและความร้อนได้มากกว่า เหมาะสมกับการผลิตกระเป๋า ,รองเท้า , เสื้อ , เบาะหุ้มรถยนต์ , เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ  ซึ่งต้องการผิวสัมผัสที่นุ่ม