เลือกอย่างไร หนังแท้-หนังเทียม

How to choose genuine leather-artificial lather-เลือกอย่างไร หนังแท้-หนังเทียม

เรื่องง่าย ๆ กับวิธีทดสอบ  หนังแท้ หรือ หนังเทียม เทคนิคง่าย ๆ ที่จะทำให้เราไม่ต้องโดนหลอกให้ซื้อเครื่องหนังที่เป็นของปลอม หรือของก็อป ในราคาแพง ๆ กันอีกต่อไป วันนี้มีวิธีดีๆ มานำเสนอดังนี้ครับ

วิธีทดสอบหนังแท้ VS หนังเทียม

1. ใช้เล็บขูด หนังแท้ ผิวจะเป็นรอยขูด ไม่คืนตัวง่าย
หนังเทียม ขูดแล้วจะไม่เป็นรอย หรือถ้าเป็นรอย ก็จะคืนตัวเป็นผิวเรียบ ๆ เหมือนเดิม ถ้าผิวของหนังแบบมีลวดลายใช้วิธีนี้จะเห็นผลชัดเจนมาก

2. ใช้ไฟลน หนังแท้ ถ้าลนไฟแล้วจะไม่มีปฎิกิริยาใด ๆ กับผิวหนัง อาจจะมีแค่รอยด่าง ๆ เท่านั้น
หนังเทียม ผิวของหนังจะมีการหดตัว เนื่องจากผิวของหนังเป็นแบบเคลือบด้วยพลาสติก

3. งอหรือกด หนังแท้ จะมีรอย ถึงแม้จะคืนกลับที่เดิม แต่รอยยับก็จะยังคงอยู่เสมอ
หนังเทียมคุณภาพต่ำจะมีความยืดหยุ่นน้อยกว่าหนังแท้ ทำให้เวลาเราลองพับหรือบิดงอ หนังจะเป็นรอยย่น(หรือเห็นแววว่าพับต่อจะแตก) คืนตัวยากกว่าหนังแท้

4. ดมกลิ่น หนังแท้ดมกลิ่นแล้วจะได้กลิ่นหนังสัตว์ กลิ่นจะธรรมชาติๆ หรืออาจได้กลิ่นน้ำยาฟอก (ตรงนี้อาจต้องอาศัยความเคยชินนิดนึง)
ส่วนหนังเทียม  กลิ่นจะออกเป็นกลิ่นแนวพลาสติกครับ ส่วนหนังPUที่พนักงานชอบตอบ ก็เป็นโพลิเมอร์ประเภทหนึ่ง ไม่ใช่หนังแท้ครับ
* อย่างไรก็ดีทุกวันนี้หนังเทียม มีนวัตกรรมใหม่ในการทำกลิ่นให้เหมือนหนังแท้แล้ว ดังนั้นวิธีนี้อาจจะคัดกรองได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น

5. การเปลี่ยนแปลงตามสภาพการใช้งาน เมื่อผ่านการใช้งานไปแล้วจะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน หนังแท้พอเก่าแล้วมันก็จะดูมีเสน่ห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครดูแลรักษาดีๆ หรือหมั่นเช็ดทำความสะอาด มันก็จะดูสวยคลาสสิกอยู่
ต่างจากหนังเทียมที่ เก่าแล้วเก่าเลย หนำซ้ำ ถ้าเป็นหนังเทียมคุณภาพต้ำอาจมีการแตก/ลอกเป็นขุยๆ ด้วย

6. น้ำหนัก หนังแท้โดยทั่วไปจะมีน้ำหนักมากกว่าหนังเทียม ใครเคยลองยกเสื้อแจ็กเก็ตหนังดูซักตัว จะรู้ครับว่าหนังกว่าที่ตาเห็น

7. แพ้น้ำ หนังแท้จะแพ้น้ำกว่าหนังเทียม สังเกตได้จากเวลาโดนน้ำหยด น้ำจะซึมเข้าหนัง และอาจเกิดคราบหรือรอยด่างขึ้นได้ ในขณะที่หนังเทียมส่วนมากจะไม่ค่อยดูดซับน้ำครับ
* ทั้งนี้การจะเทียบน้ำหนัก ต้องเทียบในหนังที่มีความหนาระดับเดียวกันนะครับ

8. มีของแถม หรือราคาถูกมาก  อีกเรื่องที่ช่วยให้จำแนกหนังแท้และหนังเทียมออกจากกันได้ ก็คือราคานี่แหละครับ ปัจจุบันต้นทุนของราคากระเป๋าสะพายที่ทำจากหนังแท้ ไม่มีทางอยู่แล้วที่จะขายได้ในราคา 500 บาท เนื่องจากค่าต้นทุบวัตถุดิบก็เกินไปเยอะแล้วครับ ไหนยังต้องผ่านกระบวนการผลิต เย็บตัด บุภายในอีก

” เคล็ดลับนี้จึงเหมาะสำหรับท่านที่ชอบสะสม กระเป๋าหนัง เข็มขัดหนังแท้ รองเท้าหนัง แจ็ตเก็ตหนัง หมวกหนัง และเครื่องหนังต่างๆ เป็นอย่างมาก รู้เคล็ดลับการพิสูจน์ของแท้ หรือของเทียมกันแบบนี้แล้ว ก็รับรองว่าครั้งต่อไปคุณจะไม่พลาด กับคอลแลคชั่นเครื่องหนังแท้ดี ๆ อย่างแน่นอน ”

Leather Material
Leather Material